หอไตร สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรมองข้าม

วัดวาอาราม

ใครก็ตามที่ชอบเที่ยวตามวัดวาอาราม ทั้งสายบุญ ที่ไปสักการะไหว้พระขอพร ทำบุญถวายสังฆทาน ทอดผ้าป่า ฯลฯ และสายเก็บข้อมูลที่ชื่นชอบงานศิลปกรรมตามวัดวาอาราม ย่อมคุ้นเคยกับสิ่งก่อสร้างต่าง ๆภายในวัด เช่น โบสถ์ วิหาร เจดีย์ พระพุทธรูป ใบเสมา ศาลาการเปรียญ มณฑป รอยพระพุทธบาท งานจิตรกรรมต่าง ๆ ซึ่งต่างก็มีคุณค่าททางด้านประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และสัมพันธ์กับประเพณี แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ “หอไตร” ซึ่งในอดีตนับว่ามีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิ่งก่อสร้างอื่นๆภายในวัดเลย

          หอไตร หรือ หอพระไตรปิฎก เป็นสถานที่เก็บหนังสือพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ใบลานเรื่องราวทางศาสนา (บางครั้งจะพบว่าอาจมีการเก็บเอกสารโบราณที่เกี่ยวกับทางโลก เช่น ตำรา ปนอยู่ด้วยเช่นกัน) ตัวอาคารที่เราเห็นส่วนใหญ่มักจะไว้อยู่กลางสระน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกและแมลงขึ้นไปกัดกินทำลายหนังสือและพระคัมภีร์ อาคารหอไตรโดยส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ใกล้กับเขตสังฆาวาส ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของพระสงฆ์ที่จะเข้าไปศึกษาพระธรรมหรือค้นเอกสาร คัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งในอดีตหอไตรเปรียบเสมือนห้องสมุดของพระภิกษุสงฆ์ การตั้งหอไตรออกมาเป็นอาคารเอกเทศก็ช่วยให้บริเวณหอไตรนั้นสงบเหมาะแก่การค้นคว้าศึกษาพระธรรมของพระสงห์นั่นเอง

          ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของหอไตรโดยทั่วไปมักสร้างเป็นลักษณะเรือนไทยหลังเล็กๆในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1 ห้อง หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องเคลือบหรือกระเบื้องดินเผา มาประตูทางเข้า 1-2 ทาง บางแห่งอาจมีการทำหน้าต่าง นรวมถึงระเบียงทางเดินโดยรอบต้ายคา ฝาห้องส่วนใหญ่นิยมฝาปะกน ภายในหอไตรจะเป็นที่ตั้งของตู้พระธรรมที่เก็บเอกสารโบราณซึ่งมักจะนิยมลงรักเขียนลายรดน้ำ ทั้งแบบลายไทยและเป็นภาพเล่าเรื่อง หอไตรบางแห่งอาจจะมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เช่น หอไตร ที่ วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ที่มีเสารองรับส่วนเรือนแค่ 3 เสากลางสระน้ำ เสาทั้งสามดังกล่าวมีนัยหมายถึง หลักสำคัญทางพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีหอไตรที่น่าชมอีกหนึ่งแห่งคือ หอไตร ที่วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพฯ ลักษณะเป็นเรือนแฝดสามหลังติดกัน ครั้งหนึ่งหอไตรแห่งนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ด้านหน้าหอไตรมีบานประตูไม้สักจำหลักลายกนกงดงามมาก อีกทั้งตัวเรือนหอไตรด้านในมีจิตรกรรมรามเกียรติ์ฝีมือพระอาจารย์นาค ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงยอมรับว่าเป็นผลงานจิตรกรรมรามเกียรติ์ที่งดงามแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าหอไตรจึงมีคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไม่น้อยกว่าสิ่งก่อสร้างอื่นในพุทธศาสนา แต่ปัจจุบันวัดหลายแห่งเริ่มรื้อถอนหอไตรลงเสียแล้วเนื่องจากความทรุดโทรม และด้วยเหตุที่ไม่ได้ใช้งานเก็บเอกสารโบราณ หรือละเลยคุณค่าทางด้านศิลปกรรมไป ดังนั้นหากเราไปเที่ยวตามวัดวาอารามการชมหอไตรก็เป็นอีกอาคารหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้คุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไทย

อ้างอิง

วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. 5 นาทีกับศิลปไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ปาณยา, 2522.