ขายของแบบไหนดีกว่ากัน ระหว่างมีหน้าร้านกับขายออนไลน์

Shipping จีน

ปัจจุบันนี้คนหันมาทำอาชีพค้าขายกันมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปและหลายคนมองว่าการขายของหรืออาชีพค้าขายนั้นสามารถทำรายได้ดีกว่าการทำงานประจำ อีกทั้งการทำอาชีพค้าขายนั้นยังทำให้เราเป็นนายจ้างตนเองซึ่งหมายความว่าหากเราขยันมาก รายได้เราก็เพิ่มขึ้น กลับกันหากเราทำอาชีพประจำแล้วเราขยันรายได้เราก็เท่าเดิม ซึ่งหลายคนมักจะมีมุมมองกันแบบนี้เลยทำให้นิยมออกมาทำอาชีพค้าขายกันมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้การทำอาชีพค้าขายก็มีทั้งแบบที่มีหน้าร้านประจำกับแบบที่ไม่มีหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าขายออนไลน์นั่นเอง ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อแตกต่างกัน ดังนั้นในวันนี้เราจะมาอธิบายถึงลักษณะการขายของทั้งสองแบบว่ามีข้อดีและข้อเสียกันอย่างไรบ้าง

เปรียบเทียบการขายของแบบมีหน้าร้านกับการขายของออนไลน์

มาดูกันว่าการขายของแบบมีหน้าร้านกับการขายของแบบออนไลน์นั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง

  • การขายของแบบมีหน้าร้านเป็นการขายของที่เราผู้ขายต้องทำการสั่งสินค้าหรือสต๊อคสินค้ามาไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการซื้อของลูกค้า อีกทั้งต้องมีการบอกตำแหน่งหน้าร้านที่ชัดเจน โดยข้อดีของการขายสินค้าแบบมีหน้าร้านคือทำให้ลูกค้าสามารถได้มาเลือกชมและพิจารณาในการเลือกซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง ทำให้ลูกค้าได้สินค้าตามที่ตนเองต้องการ แต่ข้อเสียของการขายสินค้าแบบมีหน้าร้านคือต้องเสียค่าเช่าสถานที่ ต้องมีต้นทุนในส่วนของหน้าไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ ยิ่งหากร้านไหนมีลูกน้องมาช่วยขายก็จะต้องเสียค่าจ้างให้กับลูกน้องด้วย นอกจากนี้ในการขายสินค้าแบบมีหน้าร้านอย่างที่เรารู้กันคือต้องมีการสต๊อกสินค้าซึ่งทำให้ต้นทุนหรือเงินไปจมอยู่กับตัวสินค้ามากเกินไป
  • การขายสินค้าแบบไม่มีหน้าร้านหรือขายสินค้าออนไลน์ เป็นการขายสินค้าที่ไม่ต้องมีหน้าร้านแค่เราทำการขายในสื่อออนไลน์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถทำการขายได้ฟรีไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งในการขายสินค้าแบบออนไลน์นั้นเราไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าไว้ในจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่นหากเราจะขายสินค้าจากจีนก็ทำการสั่งสินค้าและใช้ Shipping จีน ทำการส่งสินค้ามาให้ โดยเราต้องจ่ายค่าขนส่งให้กับ shipping จีน ซึ่งเมื่อ Shipping จีนส่งสินค้ามาให้เรา เราก็สามารถติดตามแทรคกิ้งได้ตลอดเวลา เมื่อได้สินค้าจากจีนแล้วเราก็ทำการโพสขายหรืออาจจะพรีออเดอร์ก็ได้เช่นกัน

เห็นได้ว่าการขายสินค้าทั้งสองแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขายว่าสนใจและสะดวกที่จะทำการขายสินค้าแบบไหนมากกว่ากัน หรืออาจจะขายทั้งสองแบบก็ได้เช่นกัน